เริ่มแรกเมื่อประมาณปลายปี ๒๕๒๐ เหล่าคณะศิษย์ของหลวงปู่ประสงค์จะสร้างอาคารผู้ป่วย เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสที่หลวงปู่จะมีอายุครบ ๙๐ ปี จึงได้มีมติให้จัดสร้างเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่แหวนแบบหลังพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ให้ประชาชนเช่าไปบูชา เพื่อนำเงินมาสมทบทุนสร้างอาคาร โดยวัตถุประสงค์ของการสร้างอาคารนี้ขึ้นคือ เพื่อให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชน ทหาร ตำรวจ ผู้ปฏิบัติราชการตามชายแดนในภาคเหนือ โดยกำหนดว่าจะสร้างอาคารผู้ป่วยขนาด ๑๐๐ เตียง เป็นตึกสูง ๔ ชั้น กำหนดวงเงินในการก่อสร้างไว้ ๒๕ ล้านบาท และจะสร้างในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ ตามที่คณะกรรมการเห็นว่าเหมาะสม กับจะนำเงินที่คาดว่าจะมีเหลืออีกประมาณ ๑๐ ล้านบาท จัดตั้งเป็นมูลนิธิสุจิณโณ เพื่อนำดอกผลที่ได้จากการนี้มาให้การรักษาพยาบาลแก่ประชาชนผู้ยากไร้ และทหาร ตำรวจ ที่ได้รับบาดเจ็บ
การสร้างเหรียญเริ่มในต้นปี พ.ศ. ๒๕๒๑ โดยพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเห็นชอบกับความดำริดังกล่าว และรับเป็นประธานกรรมการจัดสร้างเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่แหวน ฝ่ายฆราวาส โดยมีพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีกรรมการอื่น ๆประกอบด้วย ข้าราชการ นักธุรกิจอีก ๑๗ คน
ซึ่งขณะนั้นเองโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไป ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงในภาคเหนือเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลที่นี่ เนื่องจากเป็นโรงเรียนแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งมีแพทย์ผู้ชำนาญทุกสาขามีเครื่องมือเครื่องใช้ทันสมัยครบครัน จำนวนผู้ป่วยจึงเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ จนเกินจำนวนเตียงที่โรงพยาบาลมีอยู่ ต้องใช้เตียงเสริมเข้าตามพื้นที่ว่าง จึงพอรับคนไข้ได้เพิ่มขึ้นจาก ๕๐๐ เตียง เป็น ๑,๐๐๐ เตียง เกิดความแออัดคับคั่ง ประสบปัญหาเรื่องเตียง ห้องผ่าตัดไม่พอเพียง และขาดแคลนพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ เป็นอย่างมาก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เห็นความจำเป็นอย่างรีบด่วนที่จะต้องหาทางขยับขยายตัวอาคาร ห้องผ่าตัด ห้องคลอด และห้องพักฟื้นให้เพิ่มมากขึ้น ให้ได้สัดส่วนกับจำนวนผู้ป่วย จึงบรรจุโครงการนี้ไว้ในแผนพัฒนามหาวิทยาลัยด้านบริการประชาชน ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ๔ พ.ศ. ๒๕๒๐ - ๒๕๒๔ และได้ตั้งงบประมาณไว้ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อสร้างอาคารผู้ป่วยสูง ๑๔ ชั้นขึ้น ให้มีเครื่องมือเครื่องใช้ด้านรังสีวิทยาอย่างทันสมัยและพอเพียง สามารถรับคนไข้ในเพิ่มขึ้นได้ประมาณ ๖๐๐ เตียง เพื่อให้ประชาชนจากจังหวัดภาคเหนือรับบริการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึงและในขณะเดียวกันสามารถให้การศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์ และนักศึกษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังบรรเทาความแออัดลง และได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้นด้วย
ในโอกาสที่คณะแพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้รับแต่งตั้งจากจังหวัดเชียงใหม่ให้ไปถวายการรักษาหลวงปู่แหวนในคราวที่ท่านอาพาธ ได้มีการปรึกษาหารือกันถึงโครงการการสร้างอาคารผู้ป่วย โดยคณะกรรมการจัดสร้างเหรียญหลวงปู่แหวนได้นำโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยสูง๑๔ ชั้น ของโรงพยาบาลมหาราชฯมาพิจารณา ในที่สุดก็เห็นชอบที่จะสร้างอาคารผู้ป่วยขึ้นที่โรงพยาบาลมหาราชฯ ซึ่งตรงกับนโยบายของรัฐบาลสมัยนั้น ที่จะสนับสนุนให้มีการสร้างโรงพยาบาลศูนย์ประจำภาคขึ้น ๔ ภาค ให้มีเตียงรับผู้ป่วยได้มากกว่า ๑,๐๐๐ เตียง โดยจะนำเงินที่ได้จากการให้เช่าบูชาเหรียญหลวงปู่แหวน มาเป็นทุนประเดิมในการก่อสร้าง และขนานนามอาคารผู้ป่วยที่จะสร้างนี้ว่า อาคาร "สุจิณฺโณ"
นอกจากวัตถุมงคลที่เป็นเหรียญหลังพระปรมาภิไธยย่อ ภปร.และพระบูชาฐานภูเขาขนาด ๙ นิ้วแล้ว ภายหลังในปี ๒๕๒๒ ยังมีการพิมพ์ภาพขึ้นเพื่อสมนาคุณผู้ร่วมบริจาคสมทบทุนอีก และยังมีวัตถุมงคลจากหน่วยงานอื่นที่จัดสร้างขึ้นเพื่อระดมทุนในการนี้ อาทิเช่น ผ้าพิมพ์สามเหลี่ยมงานโดดร่มในปี ๒๕๒๕ เป็นต้น อาคารนี้นับว่าเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงกำลังศรัทธาที่ร่วมกันระดมทุนจากทุกภาคส่วนจวบจนอาคารนี้ได้ก่อสร้างเป็นที่แล้วเสร็จในปี ๒๕๒๗
หลักเกณฑ์การสมนาคุณผู้บริจาคเงินสมทบทุนก่อสร้างอาคาร "สุจิณโณ" ในปี ๒๕๒๑
- ผู้บริจาคทรัพย์ ๕๐ บาท มอบเหรียญทองแดงสมนาคุณ ๑ เหรียญ
- ผู้บริจาคทรัพย์ ๒๐๐ บาท มอบเหรียญเงินสมนาคุณ ๑ เหรียญ
- ผู้บริจาคทรัพย์ ๓,๕๐๐ บาท มอบเหรียญทองคำแบบมีหมายเลขสมนาคุณ ๑ เหรียญ (จำนวน ๒,๕๒๑ เหรียญ)
- ผู้บริจาคทรัพย์ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป มอบเหรียญทองแดงกะไหล่ทอง ๑, กะไหล่เงิน ๑ ทองแดงรมน้ำตาล ๑ เหรียญ
- ผู้บริจาคทรัพย์ ๕๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป มอบเหรียญทองคำ ๑, เงิน๑ ทองแดง ๒๕ เหรียญ และจารึกซื่อผู้บริจาคไว้ที่ตึกสุจิณฺโณ
- ผู้บริจาคทรัพย์ ๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป มอบเหรียญทองคำ ๑, เงิน ๑ ทองแดง ๕๐ เหรียญ รูปเหมือนหลวงปู่แหวนขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว ๑ องค์และจารึกชื่อผู้บริจาคไว้ที่ห้องเป็นเอกเทศแต่ละห้องเพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์สกุลด้วย
-ผู้บริจาคทรัพย์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป มอบเหรียญทองคำ ๑, เงิน ๑ ทองแดง ๑๐๐ เหรียญ รูปเหมือนหลวงปู่แหวนขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว ๑ องค์และจารึกชื่อผู้บริจาคไว้ที่ชั้นเป็นเอกเทศแต่ละชั้นเพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์สกุลด้วย
จำนวนการสร้าง
แบบหลัง ภปร.ใหญ่
- เนื้อทองคำแบบมีหมายเลข ๒,๕๒๑ เหรียญ
- เนื้อทองคำแบบพิศษ (ตอกโค๊ด) ๔๔๔ เหรียญ
- เนื้อเงิน ๑๐,๐๐๐ เหรียญ
- เนื้อทองแดงรมน้ำตาล ๓,๐๐๐ เหรียญ
- เนื้อทองแดงกะไหล่นิเกิ้ล ๑๖,๐๐๐ เหรียญ
- เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง ๒,๐๐๐ เหรียญ
- เนื้อทองแดงกะไหล่เงิน ๒,๐๐๐ เหรียญ
แบบหลังภปร.เล็ก
- เนื้อทองแดงรมน้ำตาล ๕๐๐,๐๐๐ เหรียญ
- เนื้อทองแดงกะไหล่นิเกิ้ล ๑๖,๐๐๐ เหรียญ
บทความจากในเพจ
เหรียญหลวงปู่แหวน หลังพระปรมาภิไธยย่อภปร.ปี21 เป็นเหรียญรุ่นที่เจตนาการสร้างดีมากครับ เพื่อหาทุนทรัพย์เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างตึกสุจิณโณที่ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่หรือโรงพยาบาลสวนดอก ข้อมูลการสร้างสามารถหาอ่านได้ทั่วไปนะครับ ทุกวันนี้ตึกสุจิณโณได้สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนทางภาคเหนืออย่างมากมาย ถ้าจะหาเหรียญสักรุ่นของหลวงปู่ที่ราคายังไม่สูงมากนักเพื่อมาอาราธนาแขวนติดตัวเพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต แนะนำรุ่นนี้เลยครับ แขวนได้อย่างสนิทใจ
สำหรับเหรียญในคลิปเป็นเนื้อเงิน ซึ่งความยากของเหรียญรุ่นนี้อย่างหนึ่งคือเราแยกเนื้อเงิน, ทองแดงกะไหล่เงินกับทองแดงกะไหล่นิเกิ้ลลำบาก เพราะไม่ได้ตอกโค๊ดแยกเนื้อ ยกเว้นเนื้อทองคำนะครับ อันนั้นมีเขียนหมายเลขกับตอกโค๊ดให้แยกได้ไม่ยาก
เหรียญเนื้อเงินจะมีจุดสังเกตคือเส้นสายต่างๆบนผิวเหรียญจะคมชัด ผมจะแนบรูปขยายในคอมเมนท์ของโพสต์ในเพจนะครับ
https://www.facebook.com/100064621242615/posts/pfbid0ydqEa6MpE13VZJKwWwVRAx2f8LprANsFtcimQRSo2xJ9qLrmiPY4Pe7k9Rn2nAszl/
แต่ถ้าดูในคลิปจะเห็นชัดกว่ามาก ซึ่งในท้ายคลิปผมได้นำเหรียญเนื้อทองแดงกะไหล่นิเกิ้ลมาเทียบเพื่อให้เห็นภาพว่าเหรียญทองแดงกะไหล่จะไม่เห็นเส้นพวกนี้ชัดเท่า
อนึ่ง ถ้าเหรียญอยู่ในมือ ก็จะแยกง่ายหน่อย แต่ถ้าเป็นรูป บอกเลยว่าค่อนข้างยาก ถ้าไม่ได้ถ่ายมาชัดๆ ยกเว้นเหรียญเนื้อเงินผิววิ๊งๆ อันนั้นแยกได้จากรูปเลย ให้ผู้ขายรับประกันเนื้อมาด้วย จะปลอดภัยสุด